ประวัติ Gary Vaynerchuk เจ้าพ่อออนไลน์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คดันยอดขายพันล้านภายใน 5 ปี

  • By sunsun
  • July 30, 2021
  • Comments Off on ประวัติ Gary Vaynerchuk เจ้าพ่อออนไลน์ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คดันยอดขายพันล้านภายใน 5 ปี

The CEO Gary Vaynerchuk เศรษฐีที่สร้างถานะขึ้นมาได้ด้วยตนเองราชันแห่งโลกโซเชียลที่เปลี่ยนธุรกิจครอบครัวให้กลายเป็นธุรกิจพันล้านภายใน 5 ปีโดยใช้ Content Marketing แบบเพียวๆ Gary Vaynerchuk เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนปี 1975 ประเทศเบลารุส ในขณะนั้นยังเป็นอดีตสหภาพโซเวียตก่อนที่ครอบครัวของเขาที่มีเชื้อชาติยิวนั้นจะได้รับสิทธิ์การลี้ภัยทางการเมืองไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 1978 ในเมื่อครอบครัวของแกรี่นั้นได้เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว ก็ได้รับการช่วยเหลือจากคุณลุงที่ย้ายมาตั้งรกรากก่อนหน้านี้สักพักใหญ่จึงช่วยให้พ่อของ Gary นั้นได้มีงานทำก็เป็นคนดูแลร้านเหล้าในเมืองคลาครัฐนิวเจอร์ซีย์ แกรี่ในวัย 6 ขวบนั้นเขายังจำได้ค่อนข้างแม่นยำเลยว่าคุณพ่อของเขาต้องเดินทางเท้าไปหลายกิโลเมตรเพื่อที่จะไปซื้อตุ๊กตาสตาร์วอร์เพื่อเป็นของขวัญครบรอบ 6 ขวบของเขา ทั้งที่ครอบครัวของเขานั้นยากจนและค่อนข้างลำบากอยู่แล้วและนี่ก็เป็นวันที่เปลี่ยนชื่อจากเกเนดี้เป็น Gary เพื่อให้กลมกลืนกับการเป็นประชาชนของสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยความที่คุณพ่อเขานั้นเป็นคนขยันขันแข็งและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการร้านและกลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเจ้าของร้านเหล้าโดยใช้เวลาไม่นานและชื่อร้านว่า Shopper’s Discount Liquors และด้วยความที่ Gary นั้นได้หัวการค้าและความขยันขันแข็งจากคุณพ่อของเขามาจนเต็มเขาจึงเริ่มต้นทำธุรกิจได้ตั้งแต่อายุ 8 ขวบด้วยการนำน้ำมะนาวไปวางจุดต่างๆตามหมู่บ้านแล้วตระเวนเร่ขายและเก็บเงินตามจุดต่างๆด้วยการตะโกนว่ามะนาวน้ำมะนาวน้ำมะนาวเย็นๆสดๆมาแล้วครับ จนกระทั่งเมื่อวันเวลาเปลี่ยนไปโอกาสการค้าใหม่ๆก็เริ่มเข้ามาซึ่งในตอนนั้นเองก็เป็นช่วงที่ผู้คนต่างก็ชอบสะสมการ์ดนักเบสบอลแกรี่จึงเข้ามาค้าขายกับเขาด้วยเพราะว่าการ์ดแต่ละใบนั้นมีราคาค่อนข้างสูงมากหากเป็นที่ต้องการของตลาดแล้วก็ บางใบนั้นมีมูลค่าเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านเลยทีเดียว แล้วเมื่อ Gary นั้นได้เห็นตัวเลขและมูลค่าของตลาดสำหรับคนที่สะสมการ์ดเบสบอลแล้วก็อดไม่ได้ที่จะตารุกวาวแล้วก็ตื่นเต้นมากที่จะได้เข้ามาค้าขายในตลาดนี้ เขาจึงได้หยิบยืมเงินคุณพ่อเป็นจำนวนเงิน 1,000 เหรียญเพื่อเข้าสู่ตลาดนี้อย่างเต็มตัวและแล้วเขาก็นำเงินทั้งหมดนั้นไปซื้อการ์ดเบสบอลที่มีอยู่ในห้างทั้งหมด 1000 เหรียญ ทั้งที่ช่วงนั้นเนี่ยไม่ใช่ช่วงที่บูมสักเท่าไหร่นักแล้วก็เป็นช่วงที่ตลาดกำลังซบเซาพอดีและความใจร้อนแกรี่ก็เลยไปเหมามาหมดเลยทั้ง 1,000 ปรากฏว่าเมื่อเขาเปิดการ์ดออกมานั้นก็พบว่าการ์ดแต่ละใบเมื่อเข้าไปดูราคากลาง ตลาดแล้วร่วมกันแล้วนั้นการที่เขามีอยู่ในมือมีมูลค่าเพียง 200 เหรียญเท่านั้นเองหรือพูดง่ายๆก็คือเจ๊งตั้งแต่แรกแล้วนั่นเองเพราะว่าลงทุนไป 1,000 แต่ในมือมีมูลค่าแค่ 200 เหรียญ ก็เท่ากับว่าธุรกิจของเขานั้นเริ่มต้นด้วยการติดลบ 800 เหรียญเลยทีเดียวแต่การทำธุรกิจล้มเหลวนั้นก็คือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ซึ่งครั้งต่อไปในแกลอรี่ก็ได้เรียนรู้ว่าเริ่มแรกจะต้องศึกษาตลาดให้ดีเสียก่อนซึ่งเขาทำการสำรวจ ร้านค้าในบริเวณนั้นเพื่อศึกษาราคาของการ์ดแต่ละใบจากนั้นก็มาตั้งราคาให้ร้านตัวเองราคาถูกกว่าทุกร้าน ทำให้ร้านเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากว่าร้านอื่นนอกจากนั้นปกติการ์ดที่มีอยู่ในคู่มือของนักสะสมนั้นจะมีราคาค่อนข้างสูงและหายากแต่อยู่ดีๆแกรี่ก็คิดตรงข้ามซะอย่างนั้น การ์ดของเขาไม่มีอยู่ในคู่มือสะสมมันต้องเป็นการ์ดที่หายากและมีราคาสูงแน่ๆเลยว่าแล้ว Gary ก็สร้างตลาดขึ้นมาเองแล้วก็กำหนดราคาตลาดเองเอาซะดื้อๆอย่างนั้นเลย

เมื่อ Gary ได้จบการศึกษาเขาก็ได้กลับมาช่วยดูแลกิจการที่บ้าน อาศัยความหลงใหลที่มีต่อไวด์บวกกับความคิดริเริ่มที่จะผันร้านไวน์นั้นให้กลายเป็นร้านอีคอมเมอสเขาจึงเปิดตัวเว็บไซต์ที่ชื่อว่าไวด์ไรซ์เบอรี่ดอทคอมในปี 1997 ได้ทำการบันทึกวีดีโอรีวิวไวด์ทุกตัวของร้านเผยแพร่ลงในเว็บไซต์และก็ YouTube โดยตั้งชื่อรายการว่าไวด์ไรซ์เบอรี่ทีวีซึ่งแฟนๆของแกรี่นั้นก็มักจะตั้งชื่อรายการชื่อเล่นว่าเดอะธันเดอร์โชว์ ซึ่งผลิตรายการมาแล้วมากกว่า 1000 Episode ด้วยกันและผลของการทำวิดีโอออกเผยแพร่เป็นจำนวนมากแล้วก็ทำอย่างต่อเนื่องนั้นทำให้ธุรกิจครอบครัวเขาเป็นที่รู้จักเกิดยอดขายสะสมแบบก้าวกระโดดจาก 3 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีไปสู่ 60 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเป็นเงินไทยแล้วก็เกือบ 2,000 ล้านกว่าบาทในภายในระยะเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้นเองและตัวของแกรี่เองนั้นก็ได้กลายเป็นเซเลบในวงการนักดื่มไวด์ไปโดยปริยายแม้ว่ากูรูในวงการนั้นจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าของแครี่สักเท่าไหร่นักด้วยการพูดจาแบบขวานผ่าซากของเขา นอกจากนี้แล้วการรีวิวไวน์ยังไม่ตรงตามตำราด้วยเพราะว่านอกจากเขาจะเป็นคนพูดเสียงดังแล้วแถมยังมีคำสั่งออกมาที่ 2 ประโยคด้วยซึ่งแหกตำรากูรูไวน์แบบไม่เหลือเค้าโครงเดิมไปเลยทีเดียว หลังจากประสบผลลัพธ์จากไวด์ไรซ์เบอรี่ทีวีแล้วเขาก็ได้ผันตัวไปเป็นที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ที่ชื่อว่า Vaynermedia นักพูดนักเขียนและมีรายการออนไลน์ของตัวเอง ซึ่งในโลกออนไลน์นั้นมีผู้ติดตามเขาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น Facebook มีผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้าน 8 แสนคน Youtube กว่าหนึ่งล้านหนึ่งแสนคน Twitter อีกหนึ่งล้านหกแสนคนและ Instagram มีผู้ติดตามกว่า 2 ล้าน 9 แสนคนซึ่งไม่ว่าจะเป็น Social Media เจ้าไหนเฮียแกก็สามารถทำให้ปังแทบทั้งสิ้น จึงทำให้ลูกค้าไว้วางใจในการว่าจ้างเขาเป็นที่ปรึกษาได้แก่จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน Google Pepsi P&G และดิสนีย์เป็นต้น ด้วยความที่แกรี่นั้นมีโซเชียลมีเดียที่สตรองจึงได้มีสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง Haper Business จับเซ็นสัญญาในการเขียนหนังสือกับทางสำนักพิมพ์เป็นจำนวน 10 เล่นด้วยกัน ซึ่งสัญญานี้มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราวกว่า 30 ล้านบาทและตอนนี้แกรี่ก็ได้ออกหนังสือกับทางสำนักพิมพ์มาแล้วเป็นจำนวนสี่เล่มด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Crush it!, The Thank You economy, Jab Jab Jab Right Hook, Askgaryvee ซึ่งทั้ง 4 เล่มนั้นล้วนแล้วแต่ติดอันดับหนังสือขายดีใน new york Times bestseller ทุกเล่มเป็นเพราะเวลาที่ Garyจะเปิดตัวหนังสือแต่ละทีนั้นเขาก็ได้ทำการตลาดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ในเครือเขาอยู่รวมกันแล้วก็มีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคนซึ่งไม่เสียค่าเงินโฆษณาโดยแม้แต่บาทเดียว เพราะฉนั้นแล้วการมีสื่อในมือมันก็ดีอย่างนี้นี่เองนี่ยังไม่นับสื่อจากที่อื่นด้วยซ้ำไป แม้ว่าจะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบสไตล์การนำเสนอของเขาแต่สิ่งที่แกรี่ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า Content ที่เขาขยันทำออกมานั้นไม่ว่าจะเป็นบทความก็ดี วีดีโอก็ดี หนังสือก็ดี มันมีจำนวนอย่างมหาศาลซึ่งมันไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์มันเกิดจากพรแสวงและการทำงานอย่างหนักทำให้ Social Media ของเขาเติบโตและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดดในที่สุด Gary ได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า I don’t think My Ideas are worth shit until they’re executed. หมายถึงส่วนตัวแล้วผมคิดว่าไอเดียนั้นไม่มีค่าอะไรเลยจนกว่าจะทำให้ไอเดียนั่นเป็นจริงขึ้นมาซะก่อน Gary Vaynerchuk.

ฝากบทความสินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่ายด้วยครับ